|
General Information Australia |
|||||||||
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเทศออสเตรเลียประเทศออสเตรเลียเป็นทวีปเกาะ (Island Continent) ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทยมี พื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยประมาณ 15 เท่า มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 36,375 กิโลเมตร ทำให้ออสเตรเลียเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นทวีปที่เล็กที่สุด เมื่อเปรียบเทียบขนาดกับประเทศต่างๆ แล้ว ออสเตรเลียมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก แต่มีประชากรเพียง 19.4 ล้านคน ออสเตรเลียเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งทวีปประกอบด้วยรัฐ 6 รัฐ และเขตการปกครองตนเอง 2 มณฑล มีเมืองแคนเบอร์ร่า (Canberra) เป็นเมืองหลวงดังนี้ |
|||||||||
![]() |
|||||||||
|
|||||||||
นิวเซาท์เวลส์ (New South Wales)รัฐนี้มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด มีชาวไทยและนักศึกษาไทยมากที่สุดด้วย เป็นรัฐที่มีการพัฒนาทางอุตสาหกรรมมากที่สุดในออสเตรเลีย ซิดนีย์เป็นเมืองที่คึกคักเต็มไปด้วยสีสัน มีชีวิตชีวา สัญลักษณ์ของเมืองคือ โอเปร่าเฮาส์ (Opera House) และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ (Sydney Harbor Bridge)วิคตอเรีย (Victoria)รัฐนี้ได้ชื่อว่า Garden State เนื่องจากมีสวนสาธารณะมากกว่ารัฐอื่น เป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสอง เป็นศูนย์กลางด้านศิลปะ ที่ตั้งหอศิลป์ (National Gallery of Victory) ที่ตั้งของศูนย์แสดงคอนเสิร์ต (Melbourne Concert Hall) ที่มีระบบเสียงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นเมืองที่นักศึกษาไทยไปศึกษาต่อมากเป็นอันดับสองควีนส์แลนด์ (Queensland)ควีนส์แลนด์เป็นรัฐใหญ่เป็นอันดับสองและได้ชื่อว่าเป็นรัฐแห่งแสงแดด (Sunshine State) ที่นี่มีแนวปะการังยาวที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกชื่อ Great Barrier Reefs มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์เวสเทอร์นออสเตรเลีย (Western Australia)เป็นรัฐที่มีพื้นที่มากที่สุด อุดมสมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่ และแร่ทองคำ มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 12,500 กิโลเมตร อาชีพสำคัญของประชากรคือการทำประมงและการทำเหมืองแร่ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตเพชรได้มากเป็นอันดับสามของโลกเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia)ครั้งหนึ่งเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็น "เมืองแห่งเทศกาล" เนื้อที่ส่วนใหญ่จะแห้งแล้ง มีพื้นที่เกษตรกรรมเพียง 10% ภูมิอากาศไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่เป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นเยี่ยมทัสเมเนีย (Tasmania)เป็นรัฐที่เล็กที่สุด ลักษณะเป็นเกาะตั้งอยู่ห่างจากรัฐวิคตอเรียประมาณ 240 กิโลเมตร มีอากาศหนาวที่สุด สภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขา และที่ราบสูงทิวทัศน์สวยงามยิ่ง จนได้รับการขนานนามว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์ของออสเตรเลียที่นี่เป็นเมืองสงบ ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนถูกมณฑลตอนเหนือ (Northern Territory)มณฑลแถบนี้เป็นถิ่นที่อยู่อาศํยดั้งเดิมของชาวเผ่าพื้นเมืองอะบอริจิน ตัวเมืองสมัยใหม่และสามารถอำนวยความสะดวกสบายได้เท่าเทียมกับเมืองอื่นๆ แต่ยังจรรโลงวัฒนธรรมดั้งเดิมแบบอะบอริจินไว้ มีอุทยานแห่งชาติที่สวยงามมณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย (Australian Capital Territory)เป็นศูนย์กลางการปกครอง ลักษณะตัวเมืองทันสมัยเพราะมีการวางผังเมืองอย่างดีเยี่ยม เป็นที่ตั้งขององค์กรระดับชาติและหน่วยงานสถานฑูตของประเทศต่างๆ รวมทั้งสถานฑูตไทยภูมิอากาศพื้นที่มากกว่าหนึ่ง ในสามของออสเตรเลียอยู่เหนือเส้นทรอปิคส์ออฟแคปริคอร์น (Tropic of Capricorn) ภูมิอากาศจึงมีลักษณะแตกต่างกันไป นับตั้งแต่อากาศร้อนทางภาคเหนือไปจนถึงอบอุ่นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และ พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งในใจกลางทวีป โดย ฤดูร้อน เริ่มจากเดือนธันวาคม ไปสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธุ์ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มจากเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูหนาว เริ่มจากเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มจากเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน เขต ที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดในออสเตรเลีย ซึ่งมีหิมะตกและอุณหภูมิในฤดูหนาวลดลง ต่ำกว่าศูนย์ คือบริเวณ Highlands และ tablelands ใน Tasmania และบริเวณ Australian Alps ซึ่งทอดยาวผ่านส่วนหนึ่งของรัฐ Victoria และทางตะวันออกเฉียงใต้ของ New South Wales เวลาเวลาฝั่งตะวันออก (Eastern Standard Time - EST) ใช้ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิคตอเรีย รัฐทัสเมเนีย รัฐควีนสแลนด์และเมืองแคนเบอร์ร่า เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมงเวลาฝั่งตะวันออก (Eastern Standard Time - EST) ใช้ในรัฐเซาท์ออสเตรเลียและมณฑลตอนเหนือเวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมงครึ่ง เวลาฝั่งตะวันออก (Eastern Standard Time - EST) ใช้ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมงครึ่ง การขอวีซ่านักเรียนเอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่านักเรียนมีดังนี้
เวลาทำการ : จันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 16.30 น. การรับวีซ่า : ใช้เวลาประมาณ 5 -10 วันทำการ ที่ตั้ง : อาคาร Thai CC ชั้นที่ 34 ยูนิต 2 & 3, 889 ถนนสาธรใต้ กรุงเทพฯ 10120 (ตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์) โทรศัพท์ : (02) 6723476 - 79 E-mail : info.diacth@vfshelpline.com Website : http://www.vfs-au.net ค่าใช้จ่ายในการศึกษาประเทศออสเตรเลียประมาณการค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ยตามระดับต่างๆ ดังนี้
|
|||||||||
|
|||||||||
หมายเหตุ : อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ (1 AUD = 25 ฿)
ที่พักอาศัยที่พักสำหรับนักเรียนต่างชาติมีหลายประเภท ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมและตามต้องการดังนี้1. College หรือ Hall of Residenceหอพักตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย แบ่งเป็นห้องเดี่ยว ห้องคู่ และห้องชุด มีห้องอาหารใช้ห้องครัวรวมได้ มีห้องน้ำ ห้องพักผ่อนร่วมกัน มีครูพิเศษช่วยติวให้หากต้องการ เหมาะสำหรับนักศึกษาปี 1 และผู้ที่ไม่เคยจากบ้านมาก่อน เพราะจะมีเพื่อนมาก ทำให้ไม่เหงาราคา 170 - 200 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์ ข้อดี ได้พบปะกับนักศึกษาจำนวนมาก ทำให้ไม่รู้สึกเหงา อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย มีอาหารจัดเตรียมไว้ให้และราคาไม่สูงมาก ข้อเสีย อาจมีเสียดังทำให้รำคาญ บางหอตั้งอยู่ไกลเสียเวลาเดินทาง อาหารชุดอาจไม่ถูกปาก บางแห่งมีราคาแพง 2. Hostelคล้ายกับหอพักนักศึกษา มักตั้งอยู่ในเมือง มีอาหาร มีห้องออกกำลังกายและมีบริการซักผ้าราคา ไม่มีอาหาร 75 - 80 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์และมีอาหาร 100 - 125 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์ ข้อดี คล้ายโรงแรม อยู่ในย่านใจกลางเมือง ข้อเสีย ตั้งอยู่ไกลสถานศึกษา เสียเวลาเดินทาง 3. DIYเป็นหอพักแบบใหม่ที่ไม่ได้เน้นกฎระเบียบเคร่งครัดนัก แต่ไม่อิสระมากเหมือนเช่าบ้านอยู่เอง เพราะมีผู้ดูแลพักอยู่ด้วย มีอุปกรณ์เหมือนหอพักมหาวิทยาลัยราคา 70 - 80 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์ ข้อดี/ข้อเสีย คล้ายคลึงกับการพักอยู่ที่หอพักมหาวิทยาลัย 4. Sharing a Houseผู้ที่สนใจสามารถหาผู้ร่วมพักหรือรายละเอียดที่พักได้จากโฆษณาในหน้าหนังสือ พิมพ์หรือป้ายประกาศของมหาวิทยาลัย ต้องทำสัญญาเช่าพักอย่างน้อย 6 เดือนราคา 1,200 - 2,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ข้อดี มีห้องเป็นสัดส่วน มีห้องครัว ห้องน้ำ ทำอาหารได้ มีความเป็นอิสระมากกว่าอยู่หอพัก ข้อเสีย ตั้งอยู่ไกลจากสถานศึกษา 5. Homestayบางครั้งเรียกว่า Board คือการเช่าห้องในบ้าน ใช้ห้องน้ำและอุปกรณ์อื่นๆ ร่วมกับครอบครัว หากเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาจะคิดว่าดูแลเรียกว่าค่า Guardianship เพิ่มขึ้นจากนักศึกษาเล็กน้อย เพราะครอบครัวจะดูแลทุกอย่างให้เหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่ง นับตั้งแต่เรื่องอาหาร ซักเสื้อผ้า ทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด โรงเรียนจะหาครอบครัวที่มีลูกอยู่โรงเรียนเดียวกันเพื่อสะดวกต่อการับ - ส่งโรงเรียนv ราคา นักศึกษาทั่วไป 150 - 200 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์ ระดับมัธยมศึกษา 5,000 - 25,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อหนึ่งปีการศึกษา (ชั้น Years 11 - 12 ราคาแพงกว่า Years 7 - 9)ข้อดี ได้รับการดูแลเสมือนสมาชิกในครอบครัว พัฒนาภาษาอังกฤษเร็ว มีห้องพักเป็นสัดส่วน มีเครื่องใช้ครบ และมีอาหารให้ ข้อเสีย อาจรู้สึกว่าเป็นธุรกิจ อาจเข้ากับครอบครัวไม่ได้เพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรม อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ ระบบการศึกษาประเทศออสเตรเลีย |
|||||||||
![]() |
|||||||||
ระบบการศึกษาทั่วไปการ จัดการศึกษาเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐแต่ละรัฐ ดังนั้นระบบการศึกษาในแต่ละรัฐจึงอาจมีมาตรฐานและกฎเกณฑ์แตกต่างกันไปบ้าง โดยทั่วไปจะแบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ระดับ คือ อนุบาลศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่ประถมปีที่ 1 ถึงปีที่ 10 (Year 1 – 10) หรือระหว่างอายุ 6 – 15 ปี แต่นักเรียนส่วนใหญ่จะเรียนต่อ Year 11, 12 เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยเทคนิค และการศึกษาต่อเนื่อง (Technical and Further Education) ซึ่งเรียกโดยย่อว่า TAFE ผลการเรียนในระดับ Year 11, 12 นี้มีความสำคัญมากต่อการเลือกอันดับ มหาวิทยาลัยและสาขาวิชา เนื่องจากไม่มีระบบการสอบเข้าที่เรียกว่า Entrance Examination การศึกษาทั้ง 4 ระดับ มีรายละเอียดดังนี้1. ระดับอนุบาล (Pre-School Education) เริ่มตั้งแต่เด็กอายุ 3 ขวบ ถึง 5 ขวบ เป็นการศึกษาไม่บังคับ เน้นการเตรียมเด็กให้มีพัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญาและสังคม 2. ระดับประถมศึกษา (Primary Education) มีระยะเวลาศึกษา 6 ปี จาก Year 1 ถึง Year 6 วิชาที่สอนในระดับนี้ได้แก่คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ ดนตรี และสุขศึกษา โดยมีวิชาศีลธรรม และศาสนาเป็นวิชาเลือก 3. ระดับมัธยมศึกษา (Secondary Education) มีระยะเวลาศึกษา 6 ปี แบ่งเป็น 3.1 มัธยมต้น (Junior Secondary) จาก Year 7 ถึง Year 10 เมื่อนักเรียน จบการศึกษาในระดับนี้แล้วก็สามารถออกไปสู่ตลาดแรงงาน ทำงานหรือฝึกงาน ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือกิจการในภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ หรืออาจศึกษา ต่อหลักสูตรระยะสั้นใน TAFE ได้ 3.2 มัธยมปลาย (Senior Secondary) คือ Year 11 และ 12 เป็นการศึกษา เพื่อเตรียมเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา วิชาในระดับมัธยมปลายประกอบด้วย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วรรณคดีอังกฤษ เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ กฎหมาย คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร เป็นต้น โดยทั่วไปนักเรียนจะเลือกเรียนสี่หรือห้าวิชาหลัก ซึ่งเป็นวิชาที่สัมพันธ์กับสาขาวิชา ในระดับ อุดมศึกษา และเลือกอีกหนึ่งหรือสองวิชาเป็นวิชาเลือก นักเรียนเมื่อจบการศึกษา ระดับนี้แล้ว จะได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษา (High School Certificate) 4. ระดับอุดมศึกษา (Tertiary Education) เป็นการศึกษาวิชาเพื่อประกอบอาชีพในสาขาต่างๆ โดยมีระยะเวลาศึกษา 2 ปีขึ้นไปตามลำดับ จนถึงการศึกษาขั้นปริญญาเอก ในมหาวิทยาลัย ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับนี้จะได้รับวุฒิต่างๆ ดังนี้ 4.1 อนุปริญญา (Associate Diploma) มีหลักสูตร 2 ปี ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลการเรียนดีอาจสมัครเข้าศึกษาในชั้นปีที่ 2 ของปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยได้ 4.2 ปริญญาตรี (Bachelor’s Degree) หลักสูตรปริญญาตรีทางมนุษยศาสตร์ โดยทั่วไปจะมีระยะเวลา 3 ปี ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ จะมีระยะเวลาศึกษา 4 ปี หลักสูตรทันตแพทย์หรือสัตวแพทย์ จะมีระยะเวลาศึกษา 5 ปี และถ้าเป็นหลักสูตรแพทยศาสตร์จะใช้เวลาศึกษา 6 ปี สำหรับผู้ต้องการได้ปริญญาเกียรตินิยมต้องเพิ่มระยะเวลาเรียนอีก 1 ปี เป็นเกียรตินิยมโดยเฉพาะและจะต้องได้คะแนนเฉลี่ยในระดับปริญญาตรีทั่วไปค่อน ข้างดี 4.3 ประกาศนียบัตรชั้นสูง (Post Graduate Diplomas or Graduate Diplomas) เป็นหลักสูตรบัณฑิตศึกษา ระยะเวลาศึกษา 1 ปี สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีที่มีประสบการณ์ ในการทำงานแล้ว และต้องการศึกษาหาความรู้ เพิ่มเติม เฉพาะด้านเป็นหลักสูตรฟังคำบรรยาย (Course Work) อาจมีการทำ Project หรือมีภาคปฏิบัติในบางสาขาในหลายสาขาวิชา เช่น MBA ได้จัดให้ Graduate Diploma เป็นหลักสูตรปีแรกของโปรแกรม ซึ่งถ้านักศึกษาสามารถทำคะแนนได้ดีในปีแรก ก็สามารถผ่านไปเรียนปีที่สองในระดับปริญญาโทได้ 4.4 ปริญญาโท (Master’s Degree) มีระยะเวลาศึกษา 1 – 2 ปี แล้วแต่สาขา และสถาบันการศึกษาที่จัด โครงการศึกษาระดับปริญญาโทของออสเตรเลีย มี 3 แบบคือ
4.5 ปริญญาเอก (Doctoral Degree) มีระยะเวลาศึกษาประมาณ 3 ปีขึ้นไป แล้วแต่ความสามารถของนักเรียนแต่ละคน ทั้งนี้เพราะการศึกษาขั้นปริญญาเอกของออสเตรเลียเป็นโครงการวิจัย (By Research) เพียงประการเดียว เงื่อนไขการรับนักเรียนต่างชาติสถาบันการศึกษาในออสเตรเลียมีเงื่อนไขในการรับนักเรียนต่างชาติเข้าศึกษาดังนี้
|
|||||||||
|
|||||||||
|
หมายเหตุ : สถาน ศึกษาในออสเตรเลียยังไม่ยอมรับผลการสอบเทียบในประเทศไทย เว้นแต่จะได้คะแนนเฉลี่ยในการสอบเทียบ 2.5 ขึ้นไป และในกรณีที่จบ ปวช. จะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ย 3.0 ขึ้นไป เอกสารที่ใช้ในการสมัครสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา
หมายเหตุ : เมื่อมหาวิทยาลัยรับเข้าเรียนจะให้ชำระค่าเล่าเรียน (บางส่วน) และค่าประกันสุขภาพ เมื่อชำระเงินแล้วจึงจะออกหนังสือยืนยันการตอบรับของสถานศึกษา (COE) เพื่อไปขอวีซ่า ปีการศึกษา (Academic Year)1. ประถมและมัธยมศึกษา ปีการศึกษาของโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาแบ่งเป็น 4 เทอมคือ
ประเภทของสถานศึกษา1. ระดับประถมและมัธยมศึกษา สถาบันการศึกษาประเภทนี้ 75% จะเป็นของรัฐ อีกประมาณ 25% จะเป็นของเอกชน ซึ่งมูลนิธิทางศาสนาเป็นผู้จัดตั้งขึ้น มีทั้งแบ่งตามเพศของผู้เข้าศึกษา คือ Boys School และสหศึกษา (Co-education School) กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ2. ระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ 2.1 มหาวิทยาลัยและวิทยาลัย (Universities and Colleges) เปิดสอนในระดับอนุปริญญา (Associate Diploma) ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรชั้นสูง (Post Graduate Diploma) ปริญญาโทและปริญญาเอก มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียมีอยู่ประมาณ 40 แห่ง กระจายอยู่ตามรัฐ ต่างๆ เกือบทั้งหมดเป็นของรัฐบาล เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียง 2 แห่ง คือ Bond University ในรัฐควีนสแลนด์ (Queensland) และ Australian Institute for University Studies ในรัฐ Western Australia 2.2 วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง (Technical and Further Educationหรือ TAFE) เป็นสถาบันการศึกษาของรัฐบาล ที่มีอยู่เป็น จำนวน มากกระจายอยู่ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีอยู่ประมาณกว่า 230 แห่ง ให้การศึกษา ที่ครอบคลุมทักษะสำคัญๆ ทั้งหมดในวิชาชีพ ด้าน อุตสาหกรรม พานิชยกรรม และศิลปะ รวมทั้งเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ และหลักสูตรทั่วไป หลักสูตร ที่เปิดสอนมีทั้งระดับช่างฝึกหัด ช่างฝีมือ ช่างฝีมือชั้นสูง และช่างเทคนิค ระยะเวลาของหลักสูตรมีตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 4 ปี ผู้ที่สำเร็จการศึกษา จะได้รับวุฒิบัตรแตกต่างกันไป เช่น
ระบบการเรียนการสอนการ เรียนการสอนในสถาบันการศึกษาของออสเตรเลียส่วนใหญ่จะเป็นการมอบหมายงานให้ นักเรียนแต่ละคนไปศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Individual Studies Assignment) การอภิปรายการถกเถียงและการโต้วาทีระหว่างนักเรียนในชั้น รวมทั้งอาจารย์ผู้สอน การใช้ประโยชน์จากห้องสมุด และการจดโน๊ตจากการฟังผู้บรรยาย โดยนักเรียนไทยที่จะประสบความสำเร็จ จากการศึกษาตามวิธีการเรียนการสอนดังกล่าว จะต้องเป็นผู้สามารถปรับตัวให้สามารถติดตามการเรียนการสอนตามระบบดังกล่าวมา นี้ได้ และเป็นผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี หากนักเรียนผู้ใดประสบปัญหา ดังกล่าวนี้อาจขอความช่วยเหลือจากบริการแนะแนว (Counseling Service) ที่สถานศึกษา แต่ละแห่งจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือแนะนำนักเรียนต่างชาติให้สามารถพัฒนาตนเอง และมีทักษะในการศึกษาเล่าเรียนในสภาพการเรียนการสอนของออสเตรเลียดังกล่าว ข้างต้น |
|||||||||

