มาใช้ Article The ให้ถูกต้องกันเถอะค่ะ

มาต่อจากคราวที่แล้วที่เราพูดถึงการใช้ Article An กันนะคะ คราวนี้ลองมาดูหลักการใช้ The กันบ้างค่ะ

TheArticle

คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า เราใช้ The เมื่อต้องการชี้เฉพาะเจาะจง เมื่อเทียบกับ a/an ที่ไม่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น

  • Have you locked the car? อันนี้คุ้นๆ นะ เหมือนตอนเราถามเพื่อนว่านี่เธอล็อกรถหรือยัง มันจะเป็นรถคันไหนไปได้ ก็ต้องรถที่ใช้อยู่นั่นเอง
  • Please switch off the TV when you finish. นี่แสดงว่ากำลังดูทีวีอยู่ ดังนั้นคนพูดเขาหมายถึงทีวีเครื่องที่กำลังเปิดดูน่ะซิ
  • I have found the book that I lost.  กรณีนี้จะสังเกตุเห็นว่ามีการขยายความว่าหนังสือเล่มไหน ก็เล่มที่เคยทำหายไปไง

 

สมมุติเราเดินเข้าไปในร้านเครื่องเขียน แล้วบอกคนขายว่า I want to buy a pen. นั่นก็เพราะเราไม่ได้เฉพาะเจาะจง รู้แต่ว่ามาซื้อปากกาสักด้าม

แต่ในอีกสถานการณ์หนึ่ง พ่อให้ลูกไปหยิบปากกาของพ่อที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน พ่อเห็นไปนาน เลยตะโกนถามว่า Have you found the pen? เพราะพ่อกำลังหมายถึงปากกาที่ให้ไปเอามา

 

นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นเขาใช้ a, an, the ได้ดี

 

A man and a woman were walking in Oxford Street. The woman saw a dress that she liked in a store. She asked the man if he could buy the dress for her. He said: “Do you think the store will accept a cheque? I don’t have a credit card.”

 

ทีนี้เรามาลองดูกฎเกณฑ์การใช้ Article “The” กันบ้างดีกว่าค่ะ

 

กฎการใช้ The

1.คำนามที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกนี้

ex.The moon , The sun , The world ,
The earth (คำนี้อ่านว่า ดิ เอิร์ธ นะคะ เพราะ The ตามด้วยคำที่มีเสียงขึ้นต้นด้วยสระ ‘a,e,I,o,u’ จะอ่านจาก เดอะ เป็น ดิ)

 

2.คำนามที่เป็นพหูพจน์เสมอ

ex.The Rolling Stones , The Social Democrats

 

3.คำนามที่เป็น ชื่อเฉพาะของคน มีรูปพหูพจน์ หมายถึงครอบครัว

ex.The Potters study at Hogwarts school.= ครอบครัวพอตเตอร์เรียนที่ฮอกวอตส์

 

4.คำนามที่เป็นตำแหน่ง

ex.Elizabeth, the Queen of England ถ้าไม่ระบุชื่อ ให้ถือเป็นที่รู้กัน ว่า
the Queen of England คือคนไหน , The Prime Minister

 

5.คำนามที่กล่าวซ้ำเป็นครั้งที่สอง

 

6.คำนามที่ผู้พูดและผู้ฟังรู้กันดีว่าหมายถึงอันไหน

 

7.นำหน้าเลขลำดับที่

ex.the first , the , second , the third

 

8.พูดถึงสิ่งรวมๆทั่วไป

ex.The human race  , The sky , The sea.

 

9.นำหน้าคำนามที่มีประโยคขยาย ( adjective clause , Participle phrase )

ex.The man reading a newspaper is my father.

( reading a newspaper เป็น participle ขยาย man เพราะฉะนั้นหน้า man ต้องมี the นะ )

The bag that I bought yesterday has been stolen.

( that I bought yesterday เป็น clause ขยาย bag เพราะฉะนั้น หน้า bag ต้องมี the นะ )

 

10.นำหน้าคำนามที่มี Prep. Phrase

ex.The water in the sea is very clean.

(  in the sea เป็น prep. phrase   )

She studies at the University of Cambridge.

( of Cambridge เป็น prep. phrase หน้า university ต้องมี the )

สามารถใช้คำว่า Cambridge University แทน The University of Cambridge ได้ค่ะ

อันนี้สำคัญเลยค่ะ!!

The University of + สถานที่ !! (ต้องเป็นชื่อสถานที่เท่านั้น)

ex.Thammasat University (ใช้ได้)

The University of Thammasat (ผิดนะคะ ห้ามใช้เด็ดขาด)

 

11.ประเทศที่มี s ต่อท้าย

ex.the Netherlands , The Philippines , The United States of America
ยกเว้น!!  Laos

 

12.สถานที่สำคัญ

ex.The White House , The Red Square , The Taj Mahal , The Pentagon

 

13.ใช้  The กับ นามนับได้เอกพจน์ ที่หมายถึงนามนั้นเป็นหมวดหมู่ของรวมกัน 

มีลักษณะแทนหมวดหมู่ทั้งหมด

ex.The tiger is a dangerous animal. (สัตว์ตระกูลเสืออันตราย)

A tiger  is a dangerous animal. (เสือตัวหนึ่งอันตราย)

Tigers are dangerous animals. (เสือหลายตัวอันตราย)

 

14.ชื่อเฉพาะ : โรงแรม ภัตตาคาร หนังสือพิมพ์ ราชวงศ์ คัมภีร์

ex.The Mandarin Oriental , The Thai Military Bank , The Nation , The Queen Mary ,                 The Chakri Dynasty(ราชวงศ์จักรี) , The Tripitaka (พระไตรปิฎก)

 

15.ชื่อทางภูมิศาสตร์

1.)  ภูเขา ex. The Everest , The Andes

2.)  หมู่เกาะ ex. The Falklands
แต่ !! The Phuket (ไม่ได้นะ เพราะภูเก็ตเป็นเกาะเดียวไม่ใช่หมู่เกาะ)

3.)  คลอง,แม่น้ำ ex. The Thames , The Suez

4.)  มหาสมุทร ex. The Pacific Ocean , The Mediterranean

5.)  ช่องแคบ ex. The Dover , The Bosporus Straits (ช่องแคบ)

 
16.ชื่ออวัยวะ 
ex. the lungs

 

17.ชื่อลัทธิ

ex.The Naci doctrine(=ลัทธิ) , The Maxist doctrine

 

18.ชื่อจังหวะ

ex.the Waltz , the Latin , The Tango

 

19.ชื่ออาณาจักร

ex.The Holy Roman Empire (อาณาจักรศักดิ์สิทธ์โรมัน)

 

20.นำหน้า Superlative / Comparative Degrees

1.) Superlative = ขั้นสูงสุด

ex.She is the most beautiful girl in my school.

2.)  Comparative Degrees

ex.The + ขั้นกว่า , the + ขั้นกว่า = ยิ่ง … ยิ่ง …

The more you read , the more successful you are.

(ยิ่งคุณอ่านมาก คุณยิ่งประสบความสำเร็จ)

 
21.The + adj./v.3 = พวก,กลุ่มคน (=พหูพจน์)
ex.  the rich  =  พวกคนรวย

the poor  = พวกคนจน

 

22.ใช้นำหน้าสำนวนต่อไปนี้

1.)  ขั้นตอน

  1. the beginning , the middle , the end

2.) ลำดับเวลาต่อเนื่อง

  1. the past , the present , the future

3.)  ช่วงเวลาของวัน

  1. the morning , the afternoon , the evening

ยกเว้น at noon , at middle , ad night , ad midnight

 
23.ใช้ the นำหน้า radio , theatre , cinema

ยกเว้น หน้า television

– ถ้าในความหมาย = ดูภาพยนตร์ ไม่เติม the

  1. She loves to watch television.

– ถ้าในความหมาย = เปิด/ปิดทีวี ต้องเติม the

  1. Tell me how to turn off the television.

 

หวังว่าคราวนี้ น้องๆคงเข้าใจหลักการใช้ Article ทั้ง 3 ประเภทได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ใครมีอะไรสงสัยก็ถามเข้ามาได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกๆคำถามเลยค่ะ

โพสท์ใน GRAMMAR TIPS, ภาษาอังกฤษน่ารู้ | ติดป้ายกำกับ , , , , | แสดงความเห็น

IELTS Essay หัวข้อ vehicle technology

หลายๆคนคิดว่าการที่เทคโนโลยีในยานยนต์ปัจจุบันมีความทันสมัยมากขึ้น แต่ก้ยังเห็นได้ชัดว่า อุบัติเหตุยังคงเกิดขึ้นและมีแน้วโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันนี้พี่มีตัวอย่า่ง IELTS Essay ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงมาฝากค่ะ ลองมาดูแนวคิดของเพื่อนๆว่าจะเขียนหัวข้อนี้ออกมาอย่างไร และน้องๆเองคิดว่าหัวข้อ IELTS Essay นี้ สามารถเขียนออกมาได้อย่างไร? ตามมาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

Despite improvements in vehicle technology, there are still large numbers of road accidents. Explain some of the causes of these accidents, and suggest some measures that could be taken to address the problem.

IELTS Essay

IELTS Essay

At present, no matter how innovative the vehicles are, the number of road accidents is still in increase. This is because apart from new technology, there are other factors involved in the safety on the street. This essay will outline some of the reasons causing mishaps on the road and some feasible solutions to this problem.

There are some main factors causing tragic events on the roadway. First of all, accidents tend to occur when people are imprudent. Most high experience drivers are predisposed to think that they are ‘an expert’ in driving. As a result, those experts drive their cars fast and try to overtake other lower speed cars. Moreover, most of the drivers are unaware of their safety by not fastening safety belt while they’re driving. Consequently, their wrong behaviors lead to several severe car crashes. In addition, young drivers are one of the important factors pertaining to street accidents. It’s true that most of the youngsters are naturally impetuous. These kids drive their cars fast and tend to increase the speed when are accompanied by friends. However, due to a lack of experience and maturity, these youths lose consciousness and can’t control their cars when something wrong, such as a tire blowout, happens suddenly, contributing to loss in life and possession. 184

In order to reduce car accidents, some practical measures should be implemented. Intense punishments should be considered first. The traffic penalties of every country should be strong and clear enough to deter commuters from offending them.For example, a driver who texts and drives must be fined and be ticketed; moreover, his or her driving license must be confiscated for one year so that he or she has no chance to drive a car over that period. Another possible solution is that when severe accidents stem from juveniles, parents should be the one taking responsibility for their children’s action. For instance, if the traffic collision were occurred by a 15-year-old boy and the incident also caused death to other people, lad’s parents would be put in jail instead. This will make both parents and their children more aware of the consequences from letting their kids run the carthemselves.

To sum up, the increasing number of road accidents results from several factors. However, it’s the duty of all commuters and also police officers to make the street the safe place not the risky one.

ครั้งหน้าพี่จะนำไอเดียและเฉลย พร้อมข้อแนะนำดีๆจาก IELTS Examiner มาฝากน้องๆนะคะ

IELTS Institute Team

โพสท์ใน IELTS Essay Sample | ติดป้ายกำกับ , , | แสดงความเห็น

เรื่องง่ายๆเกี่ยวกับ Article A, An และ The ที่นักเรียนไทยมักใช้ผิดเวลาสอบ

วันนี้ตั้งใจมาเขียนเรื่องที่ Basic ที่สุด แต่มีคนใช้ผิดมากที่สุดเรื่องหนึ่งของไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ให้น้องๆลองทายกันดู…

Article เรื่องที่คนไทยมักใช้ผิด

Article เรื่องที่คนไทยมักใช้ผิด

ใช่แล้วค่ะ เรื่อง Article นั่นเอง เชื่อไหมคะว่าเรื่องนี้นักเรียนไทยผิดกันแทบทุกคน…

ไอเดียในการเขียนเรื่องนี้มาจากการที่มีน้องคนหนึ่งมาถามว่า พี่ครับ…ทำไม University ใช้ An ถึงผิด?

เลยต้องถามน้องกลับไปว่า.. A, An ใช้เมื่อไหร่ คำตอบที่ได้ก็คือ An ใช้เมื่อพยัญชนะด้านหน้าคำนามนับได้นั้นๆ ขึ้นด้วย a,e,i,o และ u

เชื่อว่า มาถึงตรงนี้ ทุกคนก็ต้องบอกว่า ก็ถูกแล้วนี่พี่ มันผิดตรงไหน ใครคิดแบบนี้ ยกมือขึ้นเลยค่ะ ^^

อย่างนั้นต้องขอถามต่อ hour, honour, union, university, universe, Euro, MP4 น้องคิดว่าเราควรใช้ Article ตัวใดระหว่าง “A” และ “An” คะ

น้องๆหลายคน ได้รับการสอนมาผิดๆตั้งแต่สมัยเรียนว่า ใช้ an กับคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ คือ a, e, i, o, u แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น เราดูที่การออกเสียงว่าเป็นสระหรือเปล่าต่างหากค่ะ

An จะนำหน้าคำที่มี”เสียง”สระ (คือเสียง “อ อ่าง”) ค่ะ

ตัวอย่างอื่น เช่น honour  อ่านว่า “อ๊อ”เน่อะ  ถึงจะนำหน้าด้วยตัว h แต่ออกเป็นเสียง อ อ่าง จึงใช้ an เช่นกันค่ะ เป็น an honour (ส่วนใหญ่จะรู้กันบ้างแล้ว)

หรืออย่างเช่น an MP4  อ่านว่า “เอ็ม”พีโฟร์   เอ็ม  ออกเป็นเสียง “อ อ่าง” เลยใช้ “an” ค่ะ

คำบางคำขึ้นด้วยด้วยตัวอักษรที่เป็นสระ อาจจะไม่ใช้ An ก็ได้ ถ้าคำนั้นไม่ได้ออกเสียง อ อ่าง
เช่นคำว่า unit  นำหน้าด้วยตัวอักษร u แต่เวลาอ่าน ออกเสียง ยู นิท ซึ่งเป็น ย ยักษ์  ก้อจะใช้  “A” แทนค่ะ ไม่ใช้ “An”

คำอื่นๆที่มีลักษณะการออกเสียงคล้ายๆแบบนี้และไม่ใช้ An เช่น union, university, universe, Euro ก็เพราะออกเสียงเป็นพยัญชนะ คือ “ย” โดยออกเสียงเป็น ยู

หวังว่าจะทำให้น้องๆเห็นภาพการใช้งาน Article ได้อย่างถูกต้องมากขึ้นนะคะ แล้วคราวหน้าพี่จะมาแนะนำวิธีการใช้ Article “The” กันบ้างค่ะ

โพสท์ใน GRAMMAR TIPS, ภาษาอังกฤษน่ารู้, ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน | ติดป้ายกำกับ , , , , , , | แสดงความเห็น

คำแนะนำจาก Examiner ในหัวข้อ A report about consumption of energy in the USA | ielts

เฉลยงานเขียน IELTS Writing Task 1

กลับมาต่อกันจากงานเขียนคราวที่แล้วเกี่ยวกับการใช้พลังงานในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นำตัวอย่างมาจาก Cambridge IELTS 9 กันนะคะ

ใครยังไม่ได้ลองเขียน พี่แนะนำให้ลองกลับไปดูจากหัวข้อนี้ก่อนค่ะ

IELTS Essay [TASK 1] A report about consumption of energy in the USA

คราวนี้มาตามติดว่าอาจารย์จะแก้ Grammar และ Vocab ในจุดไหนกันดีกว่าค่ะ

TEst 4 Task 1

TEst 4 Task 1

The line graph illustrates the data of energy usage in the USA since from 1980 to a prediction in 2030.

Petrol and oil are the dominant fuel sources in this period. In 1980,they started with they comprised 35 quadrillion units (q). After that, the amount of petrol and oil fluctuated until 2012. Then, there will be a moderate climb moderately to reach 45 quadrillion units in 2030.

Consumption rates of coal and natural gas is are similar over this period. In 1980, the two fuels were consumed at 16q and 20q respectively. Before reaching to an equal consumption rate of at around 28q in 2013, there was an increase with fluctuation between 1980 and 2013. Finally, coal consumption will steadily go up to approximately 30q, whereas natural gas consumption will to remain stable at roughly 23q.

Regarding to alternative power, consumption of nuclear, solar/wind, and hydropower started at 4q in 1980. Nuclear and solar/wind have slightlygrew grown in this period. However, hydropower has marginally fallen over this period.

Overall, the USA continues to use fossil fuels heavily, yet renewable energyies seem to become insignificant over this period.

(Estimate IELTS Band Score: 6.0)

IELTS Examiner Comments:

This task response is quite good but it only has trend language in it. You should always combine both trend and comparison language when possible Pick point on the lines in a specific year (x-axis) and compare the values according. Without this, you are limited to a band 6.0.

IELTS Institute Team

โพสท์ใน Let's talk about IELTS | ติดป้ายกำกับ , | แสดงความเห็น

IELTS Essay [TASK 1] A report about consumption of energy in the USA

สวัสดีค่ะ น้องๆทุกคน วันนี้พี่นำตัวอย่างงานเขียนบบรรยายกราฟของเพื่อนๆ จากหนังสือ Cambridge IELTS 9 Task 1 Test 4 มาฝากกันนะคะ ลองมาดูวิธีการ Implement กราฟจากเพื่อนของเรา แล้วคราวหน้าเราจะกลับมาเฉลยพร้อมๆกันค่ะ

TEst 4 Task 1

TEst 4 Task 1

The line graph illustrates the data of energy usage in the USA since 1980 to a prediction in 2030.

Petrol and oil are the dominant fuel source in this period. In 1980,they started with 35 quadrillion units (q). After that, the amount of petrol and oil fluctuated until 2012. Then, there will climb moderately to reach 45 quadrillion units in 2030.

Consumption of coal and natural gas is similar over this period. In 1980, the two fuels were consumed at 16q and 20q respectively. Before reaching to equal consumption at around 28q in 2013, there was an increase with fluctuation between 1980 and 2013. Finally, coal consumption will steadily go up to approximately 30q, whereas natural gas consumption will to remain stable at roughly 23q.

Regarding to alternative power, consumption of nuclear, solar/wind, and hydropower started at 4q in 1980. Nuclear and solar/wind have slightlygrew in this period. However, hydropower has marginally fallen over this period.

Overall, the USA continues to use fossil fuels heavily, yet renewable energy seem to become insignificant over this period.

ก่อนน้องๆจะเริ่มเขียนกราฟในหัวข้อนี้ พี่มีคำแนะนำดีๆจากอาจารย์สอน IELTS มาฝากนะคะ

เทคนิคการเขียนอธิบายกราฟจาก IELTS Teacher

  • The first thing you should write is either The graph/chart shows information about… OR The graph/chart illustrates data about… It is up to you which of these you use, they are both good (I prefer the second as it sounds more academic!)
  • Next, highlight the key words in the question and find out what it is the graph is describing (e.g. energy consumption, meat production, televisions sold, jobs lost).
  • After that, separate the key words to create a past passive structure (e.g. energy consumption = energy was consumed, meat production = meat was produced, televisions sold = televisions were sold, jobs lost = jobs were lostIMPORTANT: You will not always need to use a passive structure. Make sure you  are comfortable with when and how to use passive structures before the exam.
  • Finally, rewrite the information in the question using how much (for uncountable nouns e.g. meat – how much meat was produced) or how many (for countable nouns e.g. people – how many people visited)…. OR…. the amount of (for uncountable nouns) or the number of (for countable nouns). Here, you should choose the phrase that is NOT used in the description. IMPORTANT: for the phrases the amount of and the number of you should follow these with an appropriate relative pronoun. The number of people who visited Denmark, The amount of meat which was produced. Finish with over a __-year period between ___ and ___ (as per the dates in the question).

แล้วคราวหน้าพี่จะกลับมาเฉลยจุดผิดพลาดพร้อมทั้งวิธีการแก้ไขจาก IELTS Examiner กันค่ะ

IELTS Institute Team

โพสท์ใน Let's talk about IELTS | ติดป้ายกำกับ , , , | ไม่ให้ใส่ความเห็น